การประมวลผลข้อมูล
ประเภทของข้อมูล
ข้อมูลโดยทั่วไปมีหลายรูปแบบ
แตกต่างกันทั้งชนิดและความหมาย ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการแบ่ง ดังนี้
แบ่งตามลักษณะของการรวบรวมข้อมูล เป็นเกณฑ์ มี 2
ประเภทคือ
1) ข้อมูลปฐมภูมิ (primary data) คือ
ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่ได้จากการเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูลโดยตรง เช่น
ข้อมูลจากการสังเกต การสัมภาษณ์ การทดลอง การทดสอบ เป็นต้น
2) ข้อมูลทุติยภูมิ (secondary
data) คือ
ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่ได้จากการนำข้อมูลที่ผู้อื่นรวบรวมไว้อย่างเป็นระบบ
มาใช้งานโดยไม่ต้องลงมือเก็บรวบรวมเอง
ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นสามารถนำมาใช้อ้างอิงได้เลย เช่น ข้อมูลสำมะโนประชากร
สามารถอ้างอิงได้จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ
แบ่งตามลักษณะการจัดเก็บ
1) ข้อมูลที่เป็นตัวเลข (Numeric
type) คือ ตัวเลขจำนวนเต็มต่าง ๆ ซึ่งสามารถนำมาคำนวณได้
หรือใช้ระบุความหมายของสิ่งของต่าง ๆ ในเชิงปริมาณ เช่น ราคาสินค้า จำนวนสิ่งของ
ความสูง น้ำหนัก เงินเดือน ภาษี ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นต้น ตัวอย่างเช่น 15.75 บาท
1,750 กล่อง 175.3 ซ.ม. 10111000 (เลขฐานสองเท่ากับ 184 ของเลขฐานสิบ)
ในที่นี้รวมถึงเลขฐาน 8, 16 ด้วย
2) ข้อมูลที่เป็นตัวอักขระ (Character
type) ใช้บรรยายความหมายหรือแทนข้อมูลบางอย่าง ซึ่งไม่ใช้ในการคำนวณ เช่น
หมายเลขทะเบียนรถ ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชน ชื่อ – สกุล เบอร์โทรศัพท์ เป็นต้น
ตัวอย่างเช่น รถยนต์ เกวียน นายกุ๊กไก่ เลขประชาชน 3539900000223
3) ข้อมูลที่เป็นตัวอักษรเลข (Alphanumeric
type) หมายถึง มีทั้งตัวอักษร ตัวเลข และตัวสัญลักษณ์พิเศษ (เช่น
!,.?*%$&#@+-) ใช้บรรยายหรือสื่อความหมายต่าง ๆ ได้ตามแต่จะกำหนดเช่น กระดาษ A4
$500.00
phat@hotmail.com
เป็นต้น
4) ข้อมูลที่เป็นมัลติมีเดีย
(Multimedia) หรือสื่อประสม เป็นข้อมูลที่มีทั้งภาพ เสียง ข้อความ
เป็นต้น
คุณสมบัติที่ดีข้องข้อมูล
เพื่อให้สามารถใช้งานข้อมูลและสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ในการจัดการระบบข้อมูล จึงต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพ
ดังนั้นในการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่ง สารสนเทศที่ดี
ข้อมูลจะต้องมีคุณสมบัติขั้นพื้นฐาน ดังนี้
1. ความถูกต้อง
หากมีการเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วข้อมูลเหล่านั้นเชื่อถือไม่ได้จะทำให้เกิดผลเสียอย่างมาก
ผู้ใช้จะไม่กล้าอ้างอิงหรือนำเอาไปใช้ประโยชน์
ซึ่งเป็นเหตุให้การตัดสินใจของผู้บริหารขาดความแม่นยำและอาจมีโอกาสผิดพลาดได้
โครงสร้างข้อมูลที่ออกแบบต้องคำนึงถึงกรรมวิธีการดำเนินงานเพื่อให้ได้ความถูกต้องแม่นยำมากที่สุด
โดยปกติความผิดพลาดของสารสนเทศส่วนใหญ่
มาจากข้อมูลที่ไม่มีความถูกต้องซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก คนหรือเครื่องจักร
การออกแบบระบบจึงต้องคำนึงถึงในเรื่องนี้
2. ความรวดเร็วและเป็นปัจจุบัน
การได้มาของข้อมูลจำเป็นต้องให้ทันต่อความต้องการของผู้ใช้
มีการตอบสนองต่อผู้ใช้ได้เร็ว ตีความหมายสารสนเทศได้ทันต่อเหตุการณ์
หรือความต้องการ มีการออกแบบระบบการเรียกค้น
และรายงานตามความต้องการของผู้ใช้
3. ความสมบูรณ์
ความสมบูรณ์ของสารสนเทศขึ้นกับการรวบรวมข้อมูลและวิธีการทางปฏิบัติด้วย
ในการดำเนินการจัดทำสารสนเทศต้องสำรวจและสอบถามความต้องการใช้ข้อมูลเพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความสมบูรณ์ในระดับหนึ่งที่เหมาะสม
4. ความชัดเจนและกะทัดรัด
การจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากจะต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมากจึงจำเป็นต้องออกแบบโครงสร้างข้อมูลให้กะทัดรัดสื่อความหมายได้
มีการใช้รหัสหรือย่นย่อข้อมูลให้เหมาะสมเพื่อที่จะจัดเก็บเข้าไว้ในระบบคอมพิวเตอร์
5. ความสอดคล้อง
ความต้องการเป็นเรื่องที่สำคัญ
ดังนั้นจึงต้องมีการสำรวจเพื่อหาความต้องการของหน่วยงานและองค์การ
ดูสภาพการใช้ข้อมูล
ความลึกหรือความกว้างของขอบเขตของข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการ
วิธีการประมวลผลข้อมูล
การประมวลผลข้อมูล (Data Processing)
หมายถึง
การเปลี่ยนแปลงหรือจัดระเบียบข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน
ข้อมูลโดยทั่วไปเกิดขึ้นอย่างไม่เป็นระเบียบจากขบวนการนับหรือการวัด
ไม่สามารถสื่อความหมายให้เข้าใจหรือใช้ประโยชน์ได้
การประมวลผลจึงเป็นวิธีการนำข้อมูล (Data) กลายสภาพเป็นสารสนเทศ (Information)
ที่มีประสิทธิภาพและนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้
สามารถแบ่งวิธีการประมวลผลข้อมูลออกเป็น 3
ประเภท ตามอุปกรณ์ที่ใช้คือ
1. การประมวลผลด้วยมือ (Manual Data
Processing) วิธีนี้เหมาะกับข้อมูลจำนวนไม่มากและไม่ซับซ้อน
ไม่เร่งรีบใช้ผลลัพธ์มากนัก
2. การประมวลผลด้วยเครื่องจักร (Mechanical
Data Processing)
วิธีนี้เหมาะกับข้อมูลจำนวนปานกลางและไม่จำเป็นต้องใช้ผลจากการคำนวณในทันทีทันใด
3. การประมวลผลด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์
(Electronic Data Processing) การประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
วิธีนี้เหมาะกับงานที่มีงานลักษณะดังนี้
-
งานที่มีปริมาณมาก ๆ
-
ต้องการความรวดเร็วในการประมวลผล
-
ต้องการความละเอียดและความถูกต้องของงานสูง
-
งานที่มีขั้นตอนยุ่งยาก ซับซ้อน หรือมีลักษณะที่ทำงานแบบเดิมซ้ำกันหลาย ๆ
รอบ
-
มีการคำนวณที่ยุ่งยากซับซ้อน เช่น ระบบงานทะเบียนและวัดผล
ระบบงาน การจองตั๋วเครื่องบิน หรือระบบงานด้านการเงินและการธนาคาร เป็นต้น
แหล่งที่มา : http://www.cosasdeeducacion.es/salidas-profesionales-de-la-administracion-y-direccion-de-empresas/
วิธีการประมวลผลข้อมูลโดยอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ มี 2 วิธี
คือ
1) การประมวลผลแบบเชื่อมตรง (online
processing)
เป็นวิธีการนำข้อมูลแต่ละรายการที่ถูกบันทึกเข้ามาประมวลผลทันที
นิยมใช้ในงานที่ต้องได้ผลลัพธ์ให้กับผู้ใช้ทันที
หรือในงานที่ข้อมูลจะต้องทันสมัยอยู่ตลอดเวลา เช่น เมื่อเบิกเงินจากตู้เอทีเอ็ม
รายการการเบิกเงินของเราในแต่ละครั้งจะไปประมวลผลที่เครื่องหลัก
ที่อาจอยู่ห่างไกลทันที
โดยข้อมูลจะถูกนำไปคำนวณและบันทึกยอดคงเหลือในบัญชีเงินฝากของเราทันที
เป็นต้น
2) การประมวลผลแบบกลุ่ม (batch
processing) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลในแต่ละช่วงเวลาหนึ่ง
และนำข้อมูลที่ได้รับในช่วงเวลาดังกล่าวมาประมวลผลพร้อมกัน เช่น
การเก็บข้อมูลเวลาเข้าออกของนักเรียน
และเมื่อสิ้นเดือนโรงเรียนจะนำข้อมูลมาประมวลผล
เป็นรายงานการเข้าชั้นเรียนของนักเรียนประจำเดือน เป็นต้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น